Tag: เพลงดารา (page 1 of 1)

เรื่องย่อ Encounter หัวใจพบรัก

ละคร “Encounter หัวใจพบรัก” นำเสนอเรื่องราวความรักระหว่างหญิงสาวที่ภายนอกเหมือนมีพร้อมทุกอย่างกับเด็กชายหนุ่มแสนธรรมดาที่แลดูเหมือนไม่มีอะไร ทั้งคู่มีความแตกต่างทั้งในด้าน อายุ ฐานะ สถานะทางสังคม และวิถีการดำเนินชีวิต คนหนึ่งเหมือนเจ้าหญิงที่เสวยสุขอยู่บนหอคอยงาช้าง ส่วนอีกคนเป็นมนุษย์เดินดินธรรมดา แต่โชคชะตากลับนำพาทั้งคู่มาพบกันในต่างแดนโดยบังเอิญ

“ชา ซูฮยอน” เซเลบริตี้และนักธุรกิจสาวชื่อดังวัย 35 ปี เป็นบุตรสาวนักการเมืองที่โด่งดังและมีอิทธิพล (พ่อของคุณเป็นอดีตผู้ประกาศข่าว อดีตนายกเทศมนตรีประจำกรุงโซล สมาชิกรัฐสภาแห่งชาติ และหัวหน้าพรรคการเมือง) แต่คุณกลับไม่สุขสบายและแทบไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้า เพราะไม่สามารถตัดสินใจหรือใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองต้องการแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทั้งยังมีสายตาผู้คนคอยจับจ้อง หลังเรียนจบคุณถูกแม่ (ซึ่งอยากเป็นสตรีหมายเลขหนึ่ง) จับแต่งงานกับ “ชอง อูซอก” ผู้สืบสกุลกลุ่มธุรกิจใหญ่ “แทคยองกรุ๊ป” เพื่อให้ผลประโยชน์และอนาคตทางการเมืองของผู้เป็นพ่อล้วนๆ หลังแต่งงานได้เพียง 2 ปีคุณก็ขอหย่า (แต่ยังตกอยู่ใต้อิทธิพลของ “คิม ฮวาจิน” อดีตแม่สามีที่ไม่ยอมตัดขาดจากคุณ) โดยขอเพียงโรงแรม “ทงฮวา” ที่ใกล้เจ๊งเป็นค่าเลี้ยงดู แต่คุณกลับทำให้โรงแรมดังที่กล่าวถึงแล้วพ้นวิกฤติและประสบความสำเร็จได้ภายในเวลาไม่กี่ปี ซ้ำยังสยายปีกไปยังคิวบาอีกด้วย และนั่นก็ทำให้ฮวาจินพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ยึดโรงแรมคืน ทั้งยังหวังให้ซูฮยอนกลับมาเป็นลูกสะใภ้ของตนอีกด้วย

“คิม จินฮยอก” เป็นเด็กชายหนุ่มสดใส จิตใจดี วัย 29 ปี ที่มักมีรอยยิ้มบนใบหน้าและแฮปปี้ได้ง่ายๆ กับทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว เขาเป็นลูกพ่อค้าผลไม้ เกิดและเติบโตในย่านฮงเจดง (ในกรุงโซล) ชอบบันทึกความทรงจำด้วยกล้องฟิล์มเก่าแก่ที่เพื่อให้นพ่อให้เป็นของขวัญวันแรกเกิด เขาสู้อุตส่าห์ทำงานพาร์ทไทม์เก็บเงินตรงเวลาหนึ่งปีเต็มเพื่อให้แบกเป้เดินทางไปท่องเที่ยวที่คิวบาตรงเวลา 4 สัปดาห์ และได้พบซูฮยอนโดยบังเอิญก่อนเดินทางกลับเกาหลีใต้เพียงหนึ่งวัน

หลังตระเวนเก็บภาพสถานที่ (รวมทั้งคฤหาสน์ร้างที่มีสวนขนาดใหญ่) และชีวิตผู้คนในเมืองฮาวานา (เมืองหลวงและเมืองใหญ่สุดของคิวบา) อย่างแฮปปี้ จินฮยอกก็แวะอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟกลางแจ้งริมถนน ในเวลาเดียวกันนั้นซูฮยอนกับเพื่อให้นและเลขาฯ คู่ใจ “ชาง มีจิน” กำลังเดินทางไปแถลงข่าวและทำคำสัญญาเรื่องแผนพัฒนาโรงแรมแห่งใหม่ในฮาวานา แต่คนขับรถดันส่งข้อความพลางคุยโทรศัพท์ขณะขับรถทำให้เสียสมาธิ ครั้นมีคนเดินตัดหน้าคนขับรถจึงหักหลบด้วยความตกอกตกใจ รถเลยพุ่งชนโต๊ะที่จินฮยอกนั่งอยู่จนล้มคว่ำ ข้าวของร่วงกระจายเกลื่อนพื้นรวมทั้งกล้องสุดรักสุดหวง ถือว่ายังโชคดีที่เขาไม่ได้รับอันตราย แต่เขาอดเสียดายไม่ได้ที่ช่องมองภาพของกล้องคู่ใจมีรอยแตกร้าว ซูฮยอนเห็นจินฮยอกกำลังตรวจดูความเสียหายของกล้องจึงบอกให้มีจินลงไปดูว่าเขาได้รับบาดเจ็บตรงไหน มีอะไรเสียหายบ้าง พอรู้ว่ากล้องของจินฮยอกได้รับความเสียหาย มีจินจึงขอชดใช้ด้วยการซื้อกล้องตัวใหม่ให้แต่จินฮยอกปฏิเสธโดยบอกว่าเขาไม่ต้องการอะไร จากนั้นก็ชี้ว่ากล้องตัวนี้มีคุณค่าทางใจและไม่มีสิ่งใดทดแทนได้เพราะเขาได้เป็นของขวัญตอนแรกเกิด มีจินต้องรีบไปต่อเลยมอบนามบัตรให้จินฮยอกแล้วขอเบอร์โทรฯ เขา แต่จินฮยอกตัดบทด้วยการบอกว่าจะโทรฯ หาคุณเอง

เรื่อง Our Times กาลครั้งหนึ่ง…ความรัก ตอนที่2

หลินเจินซิน หน้าตาแสนจะธรรมดา แต่พอแต่งสวยก็สวย คุณขี้อาย และไม่กล้าที่จะเปิดเผยความในใจ ได้แต่แอบชอบโอหยางเฟยฝ่าน ชายในฝันคนนั้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาเจอกับสวีไท่อวี่ หัวโจก กวนโมโห จนสุดท้ายก็ได้หัวโจกคนนี้ช่วยเหลือคุณให้เปลี่ยนตัวเองเป็นผู้หญิงที่อยู่ในสายตาของคนที่คุณรักได้ มีคำพูดนับล้านคำที่คุณต้องการจะบอกกับเขา แต่ก็ต้องเก็บมันเอาไว้
สวีไท่อวี่ หน้าตาดี แต่สายโหด เด็กเกเรที่มีดีมากยิ่งกว่าที่คิด เข้าใจผิดคิดว่าหลินเจินซินเขียนจดหมายรักหาตน ทำเอายิ้มกริ่มอยู่นาน สุดท้ายก็เห็นคุณเป็นทาส พอรู้สึกตัวอีกทีต่างคนต่างก็ช่วยกันหาวิธีทำให้คนที่ตัวเองชอบหันมาสนใจ จนเกิดเป็นความรู้สึก “รัก” แต่ก็ไม่กล้าบอกออกไป เพราะนางเอกเค้ามีชายในดวงใจแล้ว และเขาก็แมนพอที่จะส่งคุณให้ถึงมือชายคนนั้น คำสัญญาที่เคยให้ไว้กับคุณเค้ายังคงไม่ลืม แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยไปนานนับสิบปีและตาม โอหยางเฟยฝ่าน ชายหนุ่มหล่อหน้าใสหัวกะทิ เด็กนักเรียนดี กีฬาเด่น เล่นดนตรีเป็นอีกต่างหาก เป็นตัวอย่างของสามีในฝันของสาว ๆ แต่ใครจะรู้ว่าเขาก็แอบซ่อนความดาร์กไว้ในตัว จนเมื่อเห็นความน่ารักน่าเอ็นดูของนางเอก ก็ทำให้เขาใจอ่อน ยอมเปิดประตูหัวใจให้กับคุณ
สรุปเรื่องนี้ดีงามพระรามเก้าเลยทีเดียวเชียว ผสมผสานเรื่องราวในอดีตกับปัจจุบันได้อย่างพอดี ทำให้เราประทับใจมาก ยิ่งตอนสุดท้ายมันฟินมากเลยพี่เอ้ย ชอบกิมมิคตอนจบมาก อยากให้ดูกันนะคะ แล้วจะจำภาพยนตร์เรื่องนี้ไปไม่มีวันลืม

“เกิดมาลุย”

“เกิดมาลุย” ฉบับ พ.ศ.2547 คือ 1 ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ประจำปีที่ “สหมงคลฟิล์มฯ” ภาคภูมิใจทุ่มทุนสร้างสูงสุดเพื่อให้สานฝันของ “พันนา ฤทธิไกร” และได้รับการคาดหวังให้เป็นภาพยนตร์หวังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของหนังไทยภายใต้รูปแบบของภาพยนตร์แอ็คชั่นเสี่ยงตายให้เป็นผลงานการกำกับการแสดงในรอบทศวรรษตอกย้ำเอกลักษณ์แอ็คชั่นสไตล์พันนา

 

โดยเรื่องราวเอ๋ยถึงการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดในชีวิตที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอันนำมาซึ่งความเป็นความตายของผู้คนจำนวนมาก เมื่อตกอยู่ภายใต้การจับกลุ่มของผู้ก่อการร้ายซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยพร้อมกับราษฎรในหมู่บ้านแห่งหนึ่งริมชายแดนที่พวกเขาและคุณตั้งอกตั้งใจนำข้าวของมาบริจาคและช่วยพัฒนาหมู่บ้าน วิธีเดียวที่จะรักษาชีวิตของพวกพ้องและราษฎรคือการนำเอาทักษะเฉพาะตัวทางด้านกีฬาในแต่ละประเภทที่แตกต่างกันของแต่ละคนมาผสมผสานในการต่อสู้ด้วยมือเปล่า โดยมีเงื่อนไขของเวลาในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นให้ได้

 

การกลับมาของ “เกิดมาลุย ฉบับ2547” นี้แตกต่างจากต้นฉบับด้วยความพร้อมของงานโปรดักชันระดับเทียบเท่า “องค์บาก” (2546) ทั้งในส่วนของทีมงาน อุปกรณ์ในการสร้างภาพที่มาพร้อมกับทุนสร้างที่มากกว่า 50 ล้านบาท ทำให้คนดูจะได้พบกับแอคชั่นซีนในระดับ Non-Stop ตั้งแต่ฉากแรกของภาพยนตร์ซึ่งเปิดตัว “เดี่ยว-ยกพงษ์ ช่างปรุง” พระเอกแอ็คชั่นคนใหม่รุ่นน้องของ “จา-พนม ยีรัมย์” ที่มาพร้อมกับคิวแอ็คชั่นการต่อสู้เสี่ยงตายบนรถคอนเทนเนอร์ 18 ล้อ 2 คัน ภาพของหมู่บ้านกว่า 50 หลังคาเรือนถูกรถคอนเทนเนอร์กวาดพังพินาศยับเยิน การเนรมิตหมู่บ้านนับ 100 หลังคาเรือนกลางหุบเขาที่สระบุรีเพื่อให้การถ่ายทำตลอด 3 เดือน ไปจนถึงการต่อสู้เสี่ยงตายในหลากหลายรูปแบบจากการดีไซน์ของพันนาโดยนำเอาพื้นฐานความถนัดเฉพาะตัวของเหล่าผู้แสดงซึ่งเป็นนัดแรกของการขึ้นจออย่างเต็มรูปแบบของบรรดานักกีฬาระดับทีมชาติในแต่ละประเภทของไทย มาผสมผสานคิวบู๊แอ็คชั่นเสี่ยงตายเพื่อให้ใช้ในฉากต่างๆ

 

ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์คิวบู๊พื้นฐานยิมนาสติกกับฉากระเบิด หรือการโชว์จักรยานวิบากในฉากแอคชั่นซีนไล่ล่าของเหล่ามอเตอร์ไซค์วิบาก ฯลฯ โดยได้นักกีฬาทีมชาติ อาทิ “อมรเทพ แววแสง” กับความถนัดระดับนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติ, “ชาคริต รุ่งสุวรรณ” นักกีฬาทีมชาติจักรยานยนต์วิบากและจักรยานเสือภูเขา, “นันทวัธ วงค์วาณิชย์ศิลป์” นักกีฬารักบี้ทีมชาติ, “รัตนาภรณ์ เข็มทอง” นักกีฬายิมนาสติกหญิงทีมชาติ, “เกศริน เอกธวัชกุล” นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ, “สมรักษ์ คำสิงห์” แชมป์เหรียญทองโอลิมปิกทีมชาติไทย, “สินี นามวงศ์พรหม” นักกีฬาเทควันโด้หญิง, “ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน” นักเตะยอดเยี่ยมนักเตะทีมชาติ ไปจนถึงอีกหลากหลายบุคคลในแวดวงกีฬาของไทยมาร่วมสร้างสีสันบนแผ่นฟิล์มอีกอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นนัดแรกในรอบ 10 ปีสำหรับการกลับมารับหน้าที่สำคัญของ “นพพล โกมารชุน” พร้อมกับการฉีกหน้าที่ทางด้านการแสดงอย่างสิ้นเชิงของ “สันติสุข พรหมศิริ” กับหน้าที่ผู้ร้ายอย่างเต็มตัว ร่วมด้วย “จอห์น อิสรัมย์” แชมป์มอเตอร์ไซค์ผาดโผนของโลก และอีกหลากผู้คนจำนวนมาก