“เกิดมาลุย” ฉบับ พ.ศ.2547 คือ 1 ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ประจำปีที่ “สหมงคลฟิล์มฯ” ภาคภูมิใจทุ่มทุนสร้างสูงสุดเพื่อให้สานฝันของ “พันนา ฤทธิไกร” และได้รับการคาดหวังให้เป็นภาพยนตร์หวังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของหนังไทยภายใต้รูปแบบของภาพยนตร์แอ็คชั่นเสี่ยงตายให้เป็นผลงานการกำกับการแสดงในรอบทศวรรษตอกย้ำเอกลักษณ์แอ็คชั่นสไตล์พันนา

 

โดยเรื่องราวเอ๋ยถึงการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดในชีวิตที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอันนำมาซึ่งความเป็นความตายของผู้คนจำนวนมาก เมื่อตกอยู่ภายใต้การจับกลุ่มของผู้ก่อการร้ายซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยพร้อมกับราษฎรในหมู่บ้านแห่งหนึ่งริมชายแดนที่พวกเขาและคุณตั้งอกตั้งใจนำข้าวของมาบริจาคและช่วยพัฒนาหมู่บ้าน วิธีเดียวที่จะรักษาชีวิตของพวกพ้องและราษฎรคือการนำเอาทักษะเฉพาะตัวทางด้านกีฬาในแต่ละประเภทที่แตกต่างกันของแต่ละคนมาผสมผสานในการต่อสู้ด้วยมือเปล่า โดยมีเงื่อนไขของเวลาในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นให้ได้

 

การกลับมาของ “เกิดมาลุย ฉบับ2547” นี้แตกต่างจากต้นฉบับด้วยความพร้อมของงานโปรดักชันระดับเทียบเท่า “องค์บาก” (2546) ทั้งในส่วนของทีมงาน อุปกรณ์ในการสร้างภาพที่มาพร้อมกับทุนสร้างที่มากกว่า 50 ล้านบาท ทำให้คนดูจะได้พบกับแอคชั่นซีนในระดับ Non-Stop ตั้งแต่ฉากแรกของภาพยนตร์ซึ่งเปิดตัว “เดี่ยว-ยกพงษ์ ช่างปรุง” พระเอกแอ็คชั่นคนใหม่รุ่นน้องของ “จา-พนม ยีรัมย์” ที่มาพร้อมกับคิวแอ็คชั่นการต่อสู้เสี่ยงตายบนรถคอนเทนเนอร์ 18 ล้อ 2 คัน ภาพของหมู่บ้านกว่า 50 หลังคาเรือนถูกรถคอนเทนเนอร์กวาดพังพินาศยับเยิน การเนรมิตหมู่บ้านนับ 100 หลังคาเรือนกลางหุบเขาที่สระบุรีเพื่อให้การถ่ายทำตลอด 3 เดือน ไปจนถึงการต่อสู้เสี่ยงตายในหลากหลายรูปแบบจากการดีไซน์ของพันนาโดยนำเอาพื้นฐานความถนัดเฉพาะตัวของเหล่าผู้แสดงซึ่งเป็นนัดแรกของการขึ้นจออย่างเต็มรูปแบบของบรรดานักกีฬาระดับทีมชาติในแต่ละประเภทของไทย มาผสมผสานคิวบู๊แอ็คชั่นเสี่ยงตายเพื่อให้ใช้ในฉากต่างๆ

 

ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์คิวบู๊พื้นฐานยิมนาสติกกับฉากระเบิด หรือการโชว์จักรยานวิบากในฉากแอคชั่นซีนไล่ล่าของเหล่ามอเตอร์ไซค์วิบาก ฯลฯ โดยได้นักกีฬาทีมชาติ อาทิ “อมรเทพ แววแสง” กับความถนัดระดับนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติ, “ชาคริต รุ่งสุวรรณ” นักกีฬาทีมชาติจักรยานยนต์วิบากและจักรยานเสือภูเขา, “นันทวัธ วงค์วาณิชย์ศิลป์” นักกีฬารักบี้ทีมชาติ, “รัตนาภรณ์ เข็มทอง” นักกีฬายิมนาสติกหญิงทีมชาติ, “เกศริน เอกธวัชกุล” นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ, “สมรักษ์ คำสิงห์” แชมป์เหรียญทองโอลิมปิกทีมชาติไทย, “สินี นามวงศ์พรหม” นักกีฬาเทควันโด้หญิง, “ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน” นักเตะยอดเยี่ยมนักเตะทีมชาติ ไปจนถึงอีกหลากหลายบุคคลในแวดวงกีฬาของไทยมาร่วมสร้างสีสันบนแผ่นฟิล์มอีกอย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นนัดแรกในรอบ 10 ปีสำหรับการกลับมารับหน้าที่สำคัญของ “นพพล โกมารชุน” พร้อมกับการฉีกหน้าที่ทางด้านการแสดงอย่างสิ้นเชิงของ “สันติสุข พรหมศิริ” กับหน้าที่ผู้ร้ายอย่างเต็มตัว ร่วมด้วย “จอห์น อิสรัมย์” แชมป์มอเตอร์ไซค์ผาดโผนของโลก และอีกหลากผู้คนจำนวนมาก